ลูกสาวของผมดูเปล่งปลั่งมากกว่าเดิมหลังจากคืนวันนั้น แน่นอน เมื่อมีครั้งย่อมต้องมีครั้งที่สอง สาม และสี่ และต่อไปเรื่อยๆ หลังจากคืนวันนั้นแล้ว เรายังคงมีอะไรกันอีกในวันต่อมา และต่อมา เสมือนคู่ผัวตัวเมียที่อยู่ระหว่างฮันนีมูน เราประเคนบทรักใส่กันทุกคืนที่มีโอกาส จนลูกสาวผมต้องกินยาเม็ดคุมกำเนิดเพื่อเป็นการป้องกัน ต่อหน้าผู้อื่น เรายังคงเป็นพ่อลูกที่รักกัน ห่วงใยกัน เหมือนพ่อลูกคนอื่นๆ แต่เมื่ออยู่ในบ้านกันตามลำพัง เราคือผัวเมียกัน ระหว่างเรา ไม่มีอะไรจะต้องอายกันอีกแล้ว ลูกสาวผมจะขอกลืนกินน้ำรักของผมบ่อยครั้ง ขณะที่น้ำรักของแกผมดื่มกินเป็นประจำ และนี่หรือเปล่าที่เค้าเรียกกันว่า ยาอายุวัฒนะ “ยัยมีน พักนี้ทำไมเธอดูสดใส เปล่งปลั่ง จังเลยฮึ … ไปอารมณ์ดีเรื่องอะไรมา” เมย์เอ่ยถามขณะสี่สาวนั่งกินขนมระหว่างรอเรียน “เปล่านิ ชั้นก็ปกตินี่” มีนตอบ “ไม่หรอก พวกเราสังเกตเธอนะยะ … หรือกำลังมีความรัก” ปิ๊กพูดพร้อมกับเสียงโห่ฮาของเพื่อน “บ้า” มีนพูดได้เท่านั้น “เอ… หรือคุณพ่อหาแม่ใหม่ให้เธอได้แล้ว” จูนเอ่ยแซวบ้าง “ไม่มีทางย่ะ คุณพ่อจะรักและมีชั้นคนเดียวตลอดไปจ้ะ” มีนว่าแล้วก็ยิ้มเอียงอายจนเพื่อนๆ อดสงสัยไม่ได้ “ชั้นว่าต้องมีอะไรแน่ๆ เลย … เล่าให้เพื่อนฝูงฟังบ้างสิ หรือเดี๋ยวนี้เราไม่ใช่เพื่อนซี้กันแล้ว” เมย์ทำเสียงเขียว “แหม.. พวกเธอนี่ ไม่มีอะไรจริงๆ” มีนว่าแล้วก็ลุกขึ้นเพื่อหยิบขยะไปทิ้ง แต่เพราะความเลินเล่อ ทำให้มือข้างนึงไปปัดถูกกระเป๋าสะพายของตัวเองหล่น สิ่งของในกระเป๋าหล่นกระจายเต็มพื้น “เฮ้ย!!!” สามสาวร้องขึ้นพร้อมกัน “นี่มันยาคุมนี่ … ยัยมีน มานี่เลย ทำไมแกถึงมีของแบบนี้อยู่ในกระเป๋า” จูนถาม แต่มีนไม่ตอบ แต่รีบก้มเก็บของยัดๆ ใส่กระเป๋า “ไม่ต้องเดินหนีไปไหน มานี่เชียว … ไหน ตอบพวกเราหน่อยทำไมเธอมีของแบบนี้อยู่ในกระเป๋า” จูนรุกถาม “คือ….” มีนก้มหน้าอาย “พวกชั้นไม่เห็นเธอคบกับใครนี่นา แล้วอีกอย่าง คุณพ่อก็หวงเธอออกขนาดนั้น แล้วเธอไปทำอะไรมา” เมย์ถาม “เอ่อออ…” ยังไม่มีคำตอบจากมีน “พวกเราเห็นมีแต่คุณพ่อที่เป็นผู้ชายคนเดียวที่เกี่ยวพันกับชีวิตเธอในตะละวัน” ปิ๊กพูดบ้าง “เอ๊ะ หรือว่า….” เมย์พูด “บอกชั้นนะมีนว่าไม่ใช่” จูนถามพร้อมเอามือจับมือมีนไว้ ทั้งวงสนทนาตอนนี้เงียบสนิท น้องมีนก้มหน้า แล้วจึงพยักหน้าช้าๆ ทำเอาสามสาวตกใจ เสียงวิพากษ์วิจารณ์เริ่มเซ็งแซ่ ถามที่มาที่ไป จนฟังไม่ได้ศัพท์ ในขณะที่ปิ๊กนั่งฟังเพื่อนอย่างสงบ และเอ่ยปากพูดบ้าง “ชั้นก็คล้ายๆ กับเธอแหละมีน” ทุกคนหันควับมาที่ปิ๊ก “กับใคร กับใคร” คำถามพรั่งพรูจากเพื่อนๆ “เจ้าปอง” ปิ๊กตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “มันเกิดขึ้นได้ยังไง เล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ” เมย์ถาม “เอาสิ ชั้นจะเล่าให้ฟัง” ปิ๊กตอบน้ำเสียงราบเรียบ ‘เจ้าปอง’ ที่ปิ๊กหมายถึง เป็นน้องชายแท้ๆ ของปิ๊กที่อายุห่างกันปีเศษ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งนึง ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดี จึงสอบเอนทรานซ์ติดคณะดังกล่าว พ่อแม่จึงส่งให้มาอยู่กับพี่สาวที่เรียนอยู่ในกรุงเทพก่อนหน้าแล้ว จากความที่เป็นเด็กมุมานะกับเรื่องเรียนมาจากต่างจังหวัด เมื่อมาเจอกับแสงสีของเมืองฟ้าอมร ทำให้ปองเด็กหนุ่มวัยอยากรู้อยากลอง กลับกลายเป็นเด็กติดเพื่อน กินเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวเตร่ จนแทบจะเสียการเรียน แต่ก็ยังได้ปิ๊กที่คอยช่วยประคับประคองน้องชาย ที่พักของปิ๊ก เป็นอพาร์ตเมนท์ใกล้มหาวิทยาลัย มีเพียงห้องกว้างๆ พร้อมเฟอร์นิเจอร์นิดหน่อย ทำให้สองพี่น้องต้องนอนและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเสียมิได้ แต่ด้วยความเป็นพี่น้องทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่คิดอะไร จะกินจะนอนก็ทำกันอยู่ภายในห้อง โดยปองเลือกที่จะนอนปูผ้าบนพื้น แล้วให้ปิ๊กพี่สาวนอนบนที่นอน การดำเนินชีวิตยังคงเป็นไปตามปกติสุข จนกระทั่งเสาร์วันหนึ่ง ‘เอ๊ะ นี่อะไร’ ปิ๊กนึกในใจขณะมองเห็นคราบขาวจำนวนมากติดอยู่ที่เป้ากางเกงสีดำในใช้แล้วของเธอตัวหนึ่ง ตอนจะนำเสื้อผ้าทั้งหมดทั้งของเธอและน้องชายไปซัก แน่นอน มันจะเป็นอะไรไม่ได้ นอกจากคราบน้ำรักของผู้ชายที่เธอเคยเห็นและสัมผัสมาบ้าง และมันจะเป็นของใครไม่ได้เลยนอกจาก ปอง ผู้เป็นน้องชาย ระหว่างซักผ้า เธออดคิดไปต่างๆ นานาไม่ได้ ใช่! น้องชายเธอเป็นหนุ่มแล้ว ร่างกายกำยำสูงหนาตามประสาเด็กที่ช่วยพ่อแม่ทำงานที่บ้าน ขนตามลำตัวและแผ่นอกช่างดูเซ๊กซี่ยิ่งนักสำหรับเธอ และเมื่อเธอซักมาถึงกางเกงในผู้ชายตัวหนึ่ง เธอเผลอขบริมฝีปากและขยี้กางเกงในตัวนั้นอย่างลืมตัว เธอกำลังคิดถึงท่อนเอ็นของน้องชายตัวดีที่เธอเคยแอบเห็นด้วยความบังเอิญในหลายครั้ง ตอนปองกำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงแม้มันจะดูไม่ใหญ่มากนักยามยังไม่แข็งตัว แต่ถ้ามันแข็งตัว ขนาดของมันต้องไม่ใช่เล็กๆ แน่ๆ คิดแล้วเธอก็หน้าร้อนผ่าวทันที เกิดปฏิกิริยาเคมีบางอย่างในร่างกายของเธอแล้ว จนทำให้รู้สึกได้ถึงความชื้นฉ่ำของหว่างขา หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไป เธอก็เฝ้าสังเกตปองมาตลอด และทุกครั้งที่ซักผ้า เธอก็จะพบกับคราบน้ำรักแทบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ มีคราบน้ำรักติดอยู่กับกางเกงในทุกตัวของเธอ แสดงว่าเจ้าปองต้องทำกับกางเกงในของเธอแทบทุกวันแน่ แต่มีอยู่ตัวหนึ่ง มันไม่ใช่แค่คราบน้ำแห้งกรัง แต่มันเป็นน้ำรักที่ยังสดๆ อยู่ สีขาวขุ่นข้นเต็มเป้ากางเกงในของเธอ เธอจำได้ว่าเพิ่งใส่เมื่อวาน บ่งบอกว่ามันต้องเพิ่งเกิดขึ้น เธอคิด เธอหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกแปลกๆ ล่องลอย มือไม้สั่น จนเผลอยกกางเกงในที่เต็มไปด้วยน้ำรักขึ้นมาดม กลิ่นคาวของมัน ผสมกับกลิ่นกลิ่นบางอย่างของกางเกงในที่แนบชิดกับของสงวนเธอทั้งวัน ทำให้เธอรู้สึกใจสั่น เธอบอกตัวเองได้ทันทีว่าเธอกำลังมีอารมณ์ความต้องการ เธอถือมันเดินเข้าห้องน้ำ จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้า แล้วเริ่มลงมือทำให้ตัวเองหายจากความกระสันต์อยาก เธอใช้กางเกงในตัวเองที่เลอะน้ำรักของน้องชาย ขยี้ปุ่มกระสันต์จนเสร็จสมไปในที่สุด มันช่างเป็นการช่วยตัวเองที่รู้สึกได้ถึงความรุนแรงมากกว่าครั้งไหนๆ ตอนบ่ายเจ้าปองกลับถึงห้องในขณะเธอกำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียง “ไม่ไปไหนเหรอพี่ปิ๊ก” ปองถาม “ไม่ล่ะ วันนี้ไม่มีนัดที่ไหน ชั้นก็เลยซักผ้า เก็บกวาดห้อง” เธอตอบโดยไม่ได้ละสายตาจากจอทีวี “ดีแล้วที่ไม่ได้ไปไหน ข้างนอกร้อนมากเลยพี่ เดี๋ยวผมอาบน้ำก่อนนะ” บทสนทนาสิ้นสุดแค่นั้น ปองหยิบผ้าขนหนูมาคาดเอว แล้วเริ่มถอดกางเกงยีนส์ออก พร้อมกับรูดกางเกงใน จังหวะยกขาเพื่อเอาขากางเกงออก ปิ๊กลอบสายตาแอบไปมองเห็นเข้าพอดีในแว่บนึง แล้วก็รู้สึกหน้าแดง เมื่อสิ่งที่เธอเห็น คือ ลำเนื้อของน้องชายที่พองตัวเล็กน้อย ห้อยอยู่ตรงหว่างขา เธอรีบละสายตาหนีสายตาปองที่มองมาพอดี จิตใจตอนนี้ว้าวุ่นอย่างยิ่ง จนอดไม่ได้ที่จะคว้าหมอนข้างมากอด และหนีบไว้ที่หว่างขา จนเผลอหลับไป เมื่อลืมตาตื่นลุกขึ้น เธอคว้านาฬิกามาดู เกือบหกโมงเย็นแล้ว มองไปทางข้างเตียง เจ้าปองน้องชายกำลังหลับ เธอมองเจ้าน้องชายอย่างรู้สึกเอ็นดู แต่สายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับบางอย่างที่ลุกชูชันบริเวณหน้าขาของปอง ปองนุ่งกางเกงบอลผ้าลื่นๆ และแน่นอน ไม่ได้นุ่งกางเกงใน ไม่อย่างนั้นท่อนเนื้อคงไม่ชูชันได้อย่างอิสระเช่นนี้ ปิ๊กกลืนน้ำลาย แต่มันช่างยากเย็นนัก เพราะลำคอที่แห้งผากของเธอ ปิ๊กพยายามสลัดความคิดนั้น แล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ หลังเสร็จกิจออกมาจากห้องน้ำ สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้จิตใจเธอเร้าร้อนมากขึ้นไปอีก เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ คือท่อนเนื้อที่แข็งตัวเต็มที่ภายในกางเกงน้องชาย จากการที่ขากางเกงข้างหนึ่งถูกพัดลมที่ปลายเท้าปองพัดเพยิบพยาบ เธอตื่นตะลึงกับความโอฬารของมัน มันใหญ่กว่าลำเนื้อของแฟนเก่าที่เธอเคยคบหาและมอบความสาวให้มากมายชนิดเทียบกันไม่ได้ เธอจะทำยังไงกับความรู้สึกแบบนี้ดี ปิ๊กคิดในใจ คืนวันนั้น ต่างคนต่างหลับนอนในที่ประจำของตัวเอง ปิ๊กหลับฝันไปว่า น้องชายกำลังละเลงปลายลิ้นใส่ร่องหลืบของเธอ จนเธอแอ่นสะโพกระแดะสู้ปลายลิ้นที่ตะโบมโลมเลียและดูดอย่างเมามันส์ ร่างของเธอเกร็งเป็นระยะ น้ำรักที่ถูกขมิบออกมากระชั้นถี่ ใช่! เธอกำลังจะเสร็จสม แต่ดูเหมือนน้องชายจะรู้แกวว่าพี่สาวกำลังจะใกล้ถึงฝั่งฝัน จึงหยุดการกระทำนั้น แล้วเปลี่ยนเป็นงัดเอาท่อนเนื้อสีคล้ำที่เธอเคยแอบเห็น ออกมาจรดจ่อกับร่องสงวน แล้วค่อยๆ ดันเข้ามา จากความที่ห่างหายจากการร่วมเพศมานาน เธอรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาทันที แต่ก็ยังช่วยเหยียดขาอ้าออก เพื่อให้เจ้าท่อนเนื้อลำนั้นผ่านเข้ามาในร่างกายของเธอ มันค่อยๆ เลื้อยผ่านส่วนที่แคบที่สุด ประดุจงูยักษ์กำลังเลื้อยเข้าถ้ำ เลื้อยผ่านเข้ามาช้าๆ ช้าๆ และช้าๆ จนลำตัวของงูใหญ่ทั้งตัว จมหายเข้าไปในถ้ำ ในความรู้สึกตอนนั้น น้องชายเธอเริ่มขยับตัว ค่อยชักออกช้าๆ และดันเข้ามาจนสุดอีกครั้ง เสียงลมหายใจฟืดฟาดเพราะความเสียวของทั้งคู่ เสียงกัดฟันกรอด และเสียงซี๊ดเสียวเป็นระยะ ช่างไพเราะยิ่งนักในยามนี้ ปองขยับช้อนขาปิ๊กให้สะโพกลอยสูง แล้วเริ่มบรรเลงบทเพลงกามาประเคนใส่รูสวรรค์ของพี่สาว จากเชื่องช้า จนรวดเร็วและรุนแรงในที่สุด ปิ๊กได้แต่สงเสียงครวญครางด้วยความกระสันต์ ในขณะที่เจ้าปองก็บรรจงซอยก้นดันเด้าถี่ยิบ เสียงน้ำคัดหลั่งของทั้งคู่ดังเชาะแชะตามแรงเสียดสีและกระทบกันของแคมอวบของปิ๊กกับพวงไข่ของน้องชาย ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ปองกัดฟันกรอดอีกครั้ง ปิ๊กขบกัดริมฝีปากตัวเอง “อูยยย พี่ปิ๊กเย็ดมันส์จัง … กรอดดด ซี๊ด” เสียงน้องชายร้องบอก “หีแน่นเหลือเกิน … อูยยยยย” พูดพรางกระเด้าพราง “ปองเร็วๆ พี่ใกล้แล้ว” ปิ๊กเผลอพูดออกมา “แรงๆ เลยปอง เย็ดพี่แรงๆ … อาาาาา” “เร็วขึ้นอีกปอง … พี่ใกล้แล้ว …” เจ้าปองซอยก้นกระเด้าเร่งถี่ยิบอย่างไม่คิดชีวิต และแล้ว “โอวววววว ปอง พี่เสร็จแล้วปอง” ปิ๊กร้อง “รอผมด้วยพี่ รอผมด้วย” พูดได้เท่านั้น ปองก็ฉีดน้ำรักใส่ช่องคลอดพี่สาวอย่างแรง น้ำแรกที่ฉีดเข้ามา ช่วยเร่งให้ปิ๊กเสร็จสมอย่างรุนแรงไปด้วย รูหีขมิบตอดลำควยน้องชายอย่างหนักหน่วง ปิ๊กไม่เคยรู้สึกถึงความสุขสมมากมายเท่านี้มาก่อน ในขณะที่น้องชายกปล่อยน้ำควยพุ่งเข้าร่องสวรรค์ของเธออีกสองสามครั้งจนหมดกระสุน สงครามแห่งกามาของสองพี่น้องจบลงแล้ว ปิ๊กยังขมิบตอดแท่งรักของน้องชายที่ยังแข็งโด่เป็นระยะๆ เจ้าปองจะดึงออก แต่ปิ๊กเอาขาเกี่ยวข้อพับน้องชายไว้ไม่ให้เอาออก จนต่างเผลอตัวหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อนในตอนไหนไม่รู้ จนถึงเช้า และเช้าวันนั้นปิ๊กก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าทั้งของตัวเองและน้องชายตะกรองกอดกันอยู่ ร่องหลืบของเธอฉ่ำชื้นเต็มไปด้วยน้ำอะไรซักอย่างซึ่งไม่ต้องคาดเดาเลยว่า มันคือน้ำรักจากลำควยของน้องชายที่ฉีดใส่โพรงสวาทของเธออย่างเต็มเหนี่ยวเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อนๆ ต่างนั่งเงียบเมื่อปิ๊กเล่าจบ แต่ละคนรู้สึกอย่างไรไม่มีใครรู้ รู้แต่เพียงว่า คืนนั้นน้องมีนเล่าให้ผมผู้เป็นพ่อฟัง ขณะที่เรานอนกอดกันเหมือนเคยบนที่นอนที่น้องมีนมอบความสาวให้ผม ก่อนที่บทรักแห่งพ่อลูกจะถูกบรรเลงในลำดับถัดไป

Comments are closed.